ข่าว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีกอังกฤษ เรียกเสียงเฮและกำลังใจได้แล้ว หลังจากทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรแกร่งแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่แล้ว ที่ตกหลุมจนไม่สามารถเอาชนะได้ติดต่อกัน 4 นัดติดในเกมลีก 

ซึ่งล่าสุดสามารถที่จะกลับขึ้นมาเอาชนะได้อีกครั้งในเกมที่พบกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่ “หงส์แดง” บุกไปเก็บสามแต้มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จบด้วยสกอร์ 0 – 2

ข่าว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีกอังกฤษ 2

ชัยชนะครั้งนี้ ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้แต้มเพิ่มมารวมเป็น 43 คะแนนแต่ยังคงรั้งอยู่อันดับที่ 6 ในตารางพรีเมียร์ลีกเช่นเดียว แต่ก็ห่างจาก ทีมอันดับ 4 “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่มีอยู่ 45 แต้มอยู่แค่เพียง 2 คะแนน ซึ่ง “หงส์แดง” ยังมีโอกาสในการไต่อันดับขึ้นไปเพื่อให้จบซีซั่นด้วยท็อปโฟร์ให้ได้

ข่าว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีกอังกฤษ ความหวังในการกลับไปท็อปโฟร์ของ “หงส์แดง”

ข่าว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีกอังกฤษ 3

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายเป็นเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่เป็นทีมอันดับที่ 20 ของตารางคะแนนเกมลีก ซึ่งสถานการณ์ก่อนหน้านี้ของ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยดีมากนักเพราะแพ้ติดต่อกันถึง 4 แมตช์ในเกมลีก 

โดยนัดก่อนหน้านั้นได้แพ้คาบ้านให้กับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยสกอร์ 0 – 2 อย่างไรก็ตาม ในเกมนี้ ลิเวอร์พูล สามารถที่จะทำแต้มได้สำเร็จด้วยลูกยิงของ เคอร์ติส โจนส์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

 หลังจากชัยชนะในเกมนี้ทำให้การติดท็อปโฟร์ของ “หงส์แดง” ดูมีความหวังกันมากขึ้น จนทำให้มีโอกาสในการผลักทีมจากอันดับ 6 ให้ไปอยู่ 4 อันดับแรกได้สำเร็จ 

ซึ่งในแมตช์นี้ ลิเวอร์พูล สามารถโชว์ฟอร์มออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว สามารถที่จะใช้งานนักเตะออกมาได้อย่างโดดเด่น ถึงแม้ว่าผู้รักษาประตูและคู่หูเซนเตอร์แบ็กจะไม่ใช่ตัวหลักก็ตาม

ข่าว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีกอังกฤษ 4

ลิเวอร์พูล มีความกดดันพอสมควร เพราะหลังจากสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ทั้งแฟนบอลและนักเตะ จนทำให้อาจจะพลาดโอกาสในการลุ้นโควต้าแข่งยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ลดน้อยลง จึงทำให้ต้องสู้สุดแรงในแมตช์ที่พบกับ “ดาบคู่” และก็สามารถทำได้สำเร็จ 

ซึ่งถือว่ามีโอกาสพอสมควร เพราะห่างจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 แค่เพียง 2 แต้มเท่านั้น ซึ่งคาดว่าความหวังในการป้องกันแชมป์ของ “หงส์แดง” จะค่อยๆ ลดลงมาเหลือแค่เพียงรั้งท็อปโฟร์ไว้ให้ได้

ทั้งนี้ ก็ยังคงวางใจไม่ได้ เพราะในเกมต่อไป ลิเวอร์พูล จะต้องเปิดบ้านพบกับทัพ “สิงห์บลู” เชลซี ที่กำลังฟอร์มร้อนแรงจากการคุมทีมของกุนซือคนใหม่ โธมัส ทูเคิ่ล ที่ยังไม่พ่ายให้กับทีมใดเลยตั้งแต่เจ้าตัวมาอยู่กับ เชลซี อีกทั้งยังมีเป้าหมายในการขึ้นไปท็อปโฟร์ให้ได้เช่นกัน ดังนั้น บิ๊กแมตช์ที่จะถึงวันที่ 5 มีนาคมนี้เป็นเกมที่ต้องจับตามองอย่างมากเลยทีเดียว  

สิ่งที่กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเร่งทำอย่างยิ่งก็คือการทำให้ลูกทีมสามารถที่จะรักษาความสดใหม่และฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงแบบนี้ให้ได้ก่อนบิ๊กแมตช์กลางสัปดาห์ เพราะทั้งสองทีมเป็นสโมสรที่เน้นเล่นเกมรุกและยังมีเดิมพันเป็นตั๋วไป ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่เชื่อว่าจะไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here