อุส่าต์บุกไปเอาชนะ เรอัล มาดริด ด้วยสกอร์ 3-2 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา แต่นั่นก็ไม่เพียงพอให้ทัพสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศอยู่ดี สรุปผล แชมเปียนส์ลีก

เชลซี ได้ 3 ประตู จากการยิงของ เมสัน เมาท์ ในนาทีที่ 15 , อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ในนาทีที่ 51 และ ติโม แวร์เนอร์ ในนาทีที่ 75 ส่วน เรอัล มาดริด ได้ 2 ประตู จากการยิงของ โรดรีโก้ ในนาทีที่ 80 และ คาริม เบนเซม่า ในนาทีที่ 96

การเอาชนะ เรอัล มาดริด ด้วยสกอร์ 3-2 ของ เชลซี ไม่เพียงพอให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก หลังรวมผล 2 เกม พ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 4-5

ขณะที่ ทัพเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ทำได้เพียงแค่เปิดบ้านเสมอกับ บียาร์เรอัล ด้วยสกอร์ 1-1 ส่งผลให้พวกเขาจอดป้ายในรอบก่อนรองชนะเลิศ แบบสุดช็อก หลังรวมผล 2 เกม พ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2

เชลซี บุกเชือด เรอัล มาดริด 3-2 แต่ยังไม่พอผ่านเข้ารอบ สรุปผล แชมเปียนส์ลีก

พลพรรคสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก ภายใต้การคุมทัพของ โธมัส ทูเคิ่ล ยังทำดีไม่พอ แม้จะบุกไปเอาชนะ เรอัล มาดริด ได้ถึงถิ่น ด้วยสกอร์ 3-2

เริ่มต้นเกมการแข่งขัน ได้เพียงแค่ 15 นาที เชลซี ก็ได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ทำชิ่งต่อให้ ติโม แวร์เนอร์ เลยมาเข้าทาง เมสัน เมาท์ ได้หลุดเข้าไปยิงผ่านมือ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าไป

สรุปผล แชมเปียนส์ลีก

ยังคงเป็น เชลซี ที่ครองเกมได้เหนือกว่า เรอัล มาดริด ก่อนจะขยับหนีไปเป็น 2-0 ในนาทีที่ 51 จากจังหวะที่ เมสัน เมาท์ เปิดลูกเตะมุมจากมุมธงฝั่งขวา เข้าไปที่หน้าปากประตู และเป็น อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ที่ขึ้นโขกตุงตาข่าย

เรื่องที่ไม่มีใครคาดเกิดขึ้น ในนาทีที่ 75 หลัง เชลซี นำห่าง 3-0 จากจังหวะที่ ติโม แวร์เนอร์ รับบอลจาก มัตเตโอ โควาซิซ ก่อนล็อกหลบ คาเซมิโร่ และ ดาวิด อบาบา แม้ลูกยิงจะติด ธิโบต์ กูร์กตัวส์ แต่ก็ยังเข้าเสาไกลอยู่ดี

สรุปผล แชมเปียนส์ลีก

เรอัล มาดริด ไล่มาเป็น 3-1 ในนาทีที่ 80 จากการยิงของ โรดรีโก ก่อนจะจบ 90 นาที ด้วยสกอร์ดังกล่าว ต้องต่อเวลาพิเศษ เพิ่มอีก 30 นาที และเป็น คาริม เบนเซม่า ที่ยิงมาประตูตีตื้นเป็น 3-2 ในนาทีที่ 96

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเกิดขึ้น เป็นทาง เชลซี ที่เอาชนะ เรอัล มาดริด ด้วยสกอร์ 3-2 แต่ไม่เพียงพอให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก หลังรวมผล 2 เกม พ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 4-5

บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านเจ๊า บียาร์เรอัล 1-1 ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ สุดช็อก

พลพรรคเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีบุนเดสลีกา เยอรมัน ภายใต้การคุมทัพของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง หลังทำได้เพียงแค่เปิดบ้านเสมอกับ บียาร์เรอัล ด้วยสกอร์ 1-1

เริ่มต้นเกมการแข่งขัน เป็นทาง บาเยิร์น มิวนิค ที่เปิดเกมบุกเข้าใส่ บียาร์เรอัล ทันที ก่อนจะได้ 2 จังหวะติดๆ จากการยิงของ ลีรอย ซาเน่ ในนาทีที่ 12 และ เลออน โกเร็ตซ์ก้า ในนาทีที่ 17 แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ

 

บาเยิร์น มิวนิค แทบจะพับสนามบุกเข้าใส่อยู่ฝ่ายเดียว แม้พวกเขาจะมีโอกาสยิงมากมาย แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมาเป็นประตูได้เลย ซึ่งก็ต้องชื่นชมเกมรับของ บียาร์เรอัล ที่เล่นกันได้อย่างเหนียวแน่น

สรุปผล แชมเปียนส์ลีก

หลังพยายามอยู่นาน บาเยิร์น มิวนิค ก็มาได้ประตูออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 58 จากจังหวะที่ โธมัส มุลเลอร์ ตัดบอลได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนแตะให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลุดเข้ากรอบเขตโทษ ได้กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย

เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของ บาเยิร์น มิวนิค อยู่แล้ว แต่ บียาร์เรอัล ดันมาตีเสมอเป็น 1-1 ในนาทีที่ 88 จากจังหวะสวนกลับเร็วที่ เคราร์ค โมเรโน่ หลุดเข้ามาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนปาดให้ ซามู ซูควูเอเซ่ ซัดเน้นๆ เข้าไป

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม ส่งผลให้ บาเยิร์น มิวนิค เสมอกับ บียาร์เรอัล ด้วยสกอร์ 1-1 ไม่เพียงพอให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก หลังรวมผล 2 เกม พ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here