แม้จะมีหวาดเสียวไปบ้าง แต่ทัพหงส์แดง ลิเวอร์พูล ก็สามารถทำได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ หลังเปิดบ้านเสมอกับ เบนฟิก้า ด้วยสกอร์ 3-3 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สรุปผล แชมเปียนส์ลีก

ลิเวอร์พูล ได้ 3 ประตู จาก อิบราฮิม่า โคนาเต้ ในนาทีที่ 21 และ โรแบร์โต เฟอร์มิโน่ ในนาทีที่ 55 , นาทีที่ 65 ส่วน เบนฟิก้า ได้ 3 ประตู จาก กอนซาโล่ รามอส ในนาทีที่ 32 , โรมัน ยาเรมชุค ในนาทีที่ 73 และ ดาร์วิน นูเนซ ในนาทีที่ 82

การเสมอกับ เบนฟิก้า ด้วยสกอร์ 3-3 ของ ลิเวอร์พูล ทำให้พวกเขาผ่านเข้าไปพบกับ บียาร์เรอัล ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ หลังรวมผลสองเกม เอาชนะไปด้วยสกอร์ 6-3

ขณะที่ ทัพเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เข้าไปพบกับ เรอัล มาดริด ตามคาด หลังบุกไปเสมอกับ แอตเลติโก มาดริด แบบไร้สกอร์ 0-0 รวมผลสองเกม เอาชนะไปด้วยสกอร์ 1-0

ลิเวอร์พูล กินบุญเก่า เปิดบ้านเสมอ เบนฟิก้า สุดระทึก 3-3 สรุปผล แชมเปียนส์ลีก

พลพรรคหงส์แดง ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก ภายใต้การคุมทัพของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ หลังบุกไปเสมอกับ เบนฟิก้า แบบสุดระทึก ด้วยสกอร์ 3-3

เริ่มต้นเกมการแข่งขันได้เพียงแค่ 21 นาที ก็เป็นทาง ลิเวอร์พูล ที่ได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ คอสตาส ซิมิกาส เปิดลูกเตะมุมจากมุมธงฝั่งซ้ายเข้าไปที่หน้าปากประตู และเป็น อิบราฮิม่า โคนาเต้ ที่ขึ้นโขกตุงตาข่าย

สรุปผล แชมเปียนส์ลีก

แม้จะต้องตกเป็นฝ่ายตามหลัง แต่ทางด้านของ เบนฟิก้า ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตามตีเสมอเป็น 1-1 ในนาทีที่ 32 จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ปั้มบอลกับ ดิโอโก้ กอนซัลเวส ไปเข้าทาง กอนซาโล่ รามอส หลุดไปยิงผ่านมือ อลิสซอน เบคเกอร์ เข้าไป

กลับมาลงเล่นในครึ่งเวลาหลัง เป็นทาง ลิเวอร์พูล ที่ทำได้ดีกว่า บวกเพิ่มอีก 2 ประตู ในระยะเวลา 20 นาที นำห่าง 3-1 จากการเหมาคนเดียวของ โรแบร์โต เฟอร์มิโน่ ในนาทีที่ 55 และ นาทีที่ 65

สรุปผล แชมเปียนส์ลีก

เกมเหมือนจะไม่มีอะไรอยู่แล้ว แต่ ลิเวอร์พูล กลับทำเสียวในช่วงท้ายเกม หลังถูก เบนฟิก้า ยิงคืน 2 ประตู ตามตีเสมอเป็น 3-3 จากการยิงของ โรมัน ยาเรมชุค ในนาทีที่ 73 และ ดาร์วิน นูเนซ ในนาทีที่ 82

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม เป็นทาง ลิเวอร์พูล ที่เสมอกับ เบนฟิก้า ด้วยสกอร์ 3-3 ผ่านเข้าไปพบกับ บียาร์เรอัล ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ หลังรวมผลสองเกม เอาชนะไปด้วยสกอร์ 6-3

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกเสมอ แอตเลติโก มาดริด ไร้สกอร์ ผ่านเข้ารอบตามคาด

พลพรรคเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก ภายใต้การคุมทัพของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ทำสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ หลังบุกไปเสมอกับ แอตเลติโก มาดริด แบบไร้สกอร์ 0-0

เริ่มต้นเกมการแข่งขัน เป็นทางด้านของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ครองได้เหนือกว่า แอตเลติโก มาดริด หลังมีลุ้นได้ประตูออกนำ จากจังหวะยิงของ อิลคาย กุนโดกัน ในนาทีที่ 8 และ จังหวะโขกของ จอห์น สโตนส์ ในนาทีที่ 10 แต่ก็พลาดไป

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าจะได้ประตูออกนำแบบสุดๆ ในนาทีที่ 30 จากจังหวะที่ ฟิล โฟเด้น เลือกจ่ายให้ อิลคาย กุนโดกัน ยิงโล่งๆ แต่บอลดันไปชนเสา แม้จะได้โขกซ้ำดาบสอง แต่ก็ดันไปติดบล็อกของ เฟลิเป้ อีก

สรุปผล แชมเปียนส์ลีก

กลับมาลงเล่นในครึ่งเวลาหลัง กลับกลายเป็น แอตเลติโก มาดริด ที่ครองได้เหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างชัดเจน มีโอกาสที่จะได้ประตูออกนำหลายต่อหลายครั้ง แต่พวกเขาก็พลาดไปทั้งหมด

เข้าสู่ช่วงท้ายเกม องศาความเดือดทะลุปรอท หลัง เฟลิเป้ เสียบสกัดใส่ ฟิล โฟเด้น แต่เหมือนจะมีการแถมเล็กน้อย จนนักเตะทั้งสองทีมต่างกรูเข้ามาหาเรื่องกัน นั่นทำให้เขาถูกใบเหลืองที่สอง เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

สุดท้ายก็ไม่มีประตูเกิดขึ้น เป็นทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เสมอกับ แอตเลติโก มาดริด ด้วยสกอร์ 0-0 ผ่านเข้าไปพบกับ เรอัล มาดริด ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ หลังรวมผลสองเกม เอาชนะไปด้วยสกอร์ 1-0

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here